วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมวันครู ปี 2554

Teachers’ Day is a national holiday in Thailand. It takes place on January 16th every year. Since 1957, Thailand has been celebrating this day in honor of educators. It’s a day to remember their importance in the lives of children. In Thailand, teachers are seen to have a position of high honor. Schools are closed so they can have the day off and so that children can show respect for them.
Teacher Appreciation Day (วันครู) is another way Thai people show their respect for educators. This takes place at the beginning of the new school year, in June or July, on a Thursday. Children perform the “Wai Kru Ceremony”. They bow before their teachers and offer them flowers with candles and incense in a gold container.
The bouquets given to the teachers have three specific flowers in them: one symbolizing wit, one for respect, and the other for perseverance. In performing the ceremony, the students are thanking the teachers for having been taught well in the past, while hoping to gain merit, and good luck for the future.

เข้าแถวลงเวลามาร่วมกิจกรรมวันครู
16  มกราคม 2554
ณ  หอประชุมโรงเรียนเทศบาลท่าตูม 

ขอลงชื่อก่อนนะคะ
เพื่อให้รู้ว่าเราได้เข้าร่วมกิจกรรมวันครูแล้วในปีนี้

ท่านเลื่อน   นามพรหม  รอง ผอ.สพป.สุรินทร์  เขต 2
ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเนื่องในงานวันครู ประจำปี พ.ศ.2554
ของอำเภอท่าตูม 


คณะกรรมการจัดงานวันครู   ประจำปีพ.ศ. 2554 อำเภอท่าตูม
โดยการนำของท่านผอ.ศุภวัตร   พิเลิศ  นายกสมาคมครูอำเภอท่าตูม

ท่านประธานในพิธีถ่ายภาพร่วมกับครูดีศรีท่าตูม
ดูเอาเองนะคะว่ามีใครบ้างเอ่ยหล่อๆสวยๆทั้งนั้น

ขอแอ๊คชั่นสวยๆๆด้วยคนนะคะท่านประธาน

ขอถ่ายภาพกับท่านประธานและพี่สาวคนสวยของเราก่อนค่ะ

ภาพนี้....เรากับน้องสาวเราเองค่ะ


 ขอภาพเดี่ยวสักภาพก่อนนะค่ะ

พวกเราขอแสดงความยินดีกับคุณครูสุเทพ  วรวงศ์ ที่ได้รับรางวัล
ครูดีเด่นของคุรุสภา   ประจำปีพ.ศ. 2554 ด้วยค่ะ

ภาพนี้เราถ่ายกับเพื่อนสุดที่รักของเราเอง
ผอ.กิตติศักดิ์  พริ้งศิรินันทกุล

ขอสวยทั้งทีมหน่อยนะ
แล้วเจอกันงานเลี้ยงสังสรรค์เย็นนี้นะค่ะ
สวัสดีค่ะ





วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

งานเลีัยงรับน้อง รุ่นที่ 3 ม.กรุงเทพธนบุรี ศูนย์ท่าตูม

2  หนุ่มเตรียมความพร้อม
ก่อนเริ่มงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

                                         ท่านเลื่อน นามพรหม รอง.ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 2
                                     หัวหน้าศูนย์ท่าตูมจุดเทียนชัย ก่อนเริ่มพิธีบายศรีสู่ขวัญ

รองเลื่อน  นามพรหม  กล่าวเปิดงาน
สายใยเดียวกัน สายสัมพันธืเป็นหนึ่งเดียว
 น้อง-พี่รุ่นที่ 2และรุ่นที่  3  ม.กรุงเทพธนบุรี
                                 
ทุกคนร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ

ท่านรองเลื่อน  นามพรหม รอง.ผอ.สพป.สุรินทร์ เจต 2
แสดงความยินดีกับท่านอาจารย์ดร.สมจิตร  สงสาร

ผอ.ทักเศียร  ทองทวี ประธานรุ่นที่ 2 แสดงความยินดีกับอาจารย์
และกล่าวต้อนรับน้อง รุ่นที่  3

ดร.สมจิตร  สงสาร กับ 2 พิธีกร หนุ่มหล่อ - สาวสวย
คุณครุชุติมา  สิมมาและผอ.คำโพธิ์  บุญสิงห์

ท่านดร.เผ่าพงษ์พัฒน์   บุญกะนันท์ ก็มาให้กำลังใจกับพวกเรา ด้วย
พร้อมกับมอบเสียงเพลงเพราะๆให้พวกเราได้ฟังและแด้นส์อย่างสนุกสนาน
ในมาดของพี่แอ็ดคาราบาว

บริษัทฟาร์อีสทัวร์ฯ มอบเกียรติบัตรการไปศึกษาดูงานที่สาธารณรัฐสิงคโปร์
พร้อมมอบเครื่องดื่มให้พวกเราด้วย ขอขอบพระคุณมากๆๆค่ะ

ท่านผอ.คำโพธิ์   บุญสิงห์ ตัวแทนของบริษัทฟารือีสทัวร์
ในนามของ
ท่านภวัต เภตารัตน์ กรรมการผู้จัดการ และคุณช่อ สุกัญญา เภตารัตน์

 ผอ.ศุภวัตร พิเลิศ ผู้ประสานงานศูนย์ท่าตูม
 ก็มาให้กำลังใจกับพวกเราด้วยเหมือนกันค่ะ

ใครเป็นใครดูเอาเองนะคะ
ขอทานอาหารให้มีแรงก่อนนะคะ
อาหารอร่อยมากๆๆจากร้านครัวคุณติ๋มค่ะ

สนุกกันเต็มที่ทั้วรุ่นพี่และรุ่นน้อง
สมกับสโลแกนวว่า" สายใยเดียวกันสายสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว"
ดูซิค่ะว่าพวกเราน้อง-พี่สนุกกyนมากแค่ไหนคะ
จากภาพต่อไปนี้

อย่าบอกใครนะว่าพวกเราสนุกกันมากๆๆๆ


ท่านดร.เผ่า ก็สนุกเต็มที่และให้ความเป็นกันเองกับพวกเรา

Action!

                                                             ใบหน้าและท่าเต้นแต่ละคน
                                             สื่อให้รู้ว่าคืนนี้พวกเรามีความสุขและสนุกที่สุดค่ะ

                                               น้องๆรุ่นที่ 3 ก็สนุกกันเต็มที่ไม่ยอมแพ้รุ่นพี่ค่ะ

                                                              ประธานรุ่น 2  บอกว่า
                                                                      สู้ตายครับ

                                                          ขอ แนะนำตัวหน่อยนะครับว่า                                                  ผมแฟนคลับตัวจริงของพี่แอ็ดคาราบาว
                                                               ก็มาเหมือนกันครับ
                                                                     สู้ตายค่ะ


งานเลี้ยงย่่อมมีวันเลิกรา
เช่นเดียวกัน...เราจากกันวันนี้ เพื่อพบกันใหม่วันหน้า...
ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพนะคะ

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ศึกษาดูงานที่มาเลเซีย-สิงคโปร์

    เตรียมพร้อมก่อนเข้ากทม.
    ทานอาหารเที่ยงก่อนขึ้นเครื่องค่ะ
  1. 
  2. Action! สวยๆหล่อๆกันเถอะ

  3. เหินฟ้าสู่สิงคโปร์ด้วยสายการบินLUFFHUNSA
  4. แอร์บัสจุุผู้โดยสารทั้งหมด 500 ตน เที่ยวบินที่ LH 728 ค่
  5.                                                     
แข่งหล่อกันเต็มที่นะจ้ะหน่มๆๆ
LOCATION  : AWANNA HOTEL



วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การเขียนรายผลการศึกษาดูงานของนักศึกษา



สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันค่ะ
รับใบประกาศ....ให้รู้ว่าหนูผ่านการศึกษาดูงานแล้วนะคะ
แนวทางการจัดทำรายงานผลการไปศึกษาดูงานของนักศึกษา / สถาบัน / องค์กร

ที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพและความเป็นเลิศทางวิชาการ

               1. ผู้ที่เป็นที่ปรึกษาโครงการควรกำหนดวัตถุประสงค์และผลที่จะได้อย่างชัดเจน โดยเขียนในรูปแบบของโครงการศึกษาดูงาน

               2. เนื่องจากการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ควรจะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักศึกษาที่แตกต่างไปจากการเรียนในระดับอื่น ๆ และเพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกฝนการทำรายงานที่มีบางส่วนคล้ายคลึงกับการทำภาคนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และดุษฎีนิพนธ์ ตลอดจนการวิพากษ์ วิเคราะห์ ถึงเหตุและผลการไปศึกษาดูงาน รวมไปถึงการได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่จะต้องนำไปต่อยอดเพื่อสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ ว่าเป็นไปตามทฤษฎีที่ได้ศึกษาเรียนรู้หรือไม่ อะไรคือจุดต่าง แล้วการประยุกต์ใช้ของหน่วยงาน องค์กร องค์การ และผู้บริหารบุคคลเหล่านี้จะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างไร ทำไมถึงคิดแบบนั้น แล้วแบบนั้นจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ โดยสามารถเปลี่ยนจากนามธรรมไปสู่ รูปธรรมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นแบบอย่างในการศึกษาแล้วนำไปใช้ในอนาคตของตนเองเมื่อถึงเวลา ผู้เขียนจึงขอกำหนดแนวทางการจัดทำรายงานผลการไปศึกษาดูงานฯ ดังนี้

บทที่ 1 บทนำ
           เป็นเนื้อหาว่าด้วยเรื่องหรือหัวข้อที่จะไปศึกษาดูงานนั้น ๆ ว่ามีความสำคัญหรือความเป็นมาอย่างไร ยกตัวอย่าง เช่น ความสำคัญในเรื่องนั้น ๆ ที่มีต่อการบริหารการพัฒนา ธุรกิจ สังคม ชุมชน หรือ องค์กร ตลอดจนพฤติกรรมของบุคคล เช่น แรงจูงใจ ในการเขียนนั้น ยาก (ดร.วันทนีย์ จันทร์เอี่ยม, 2551) ควรเป็นการเขียนที่บ่งบอกถึงความสำคัญมาก ๆ มากถึงระดับซึ่งมีคนทำสำเร็จได้
ในช่วงสุดท้ายของบทนี้ ควรเป็นการกล่าวถึง กรณีของจุดที่เราไปดูงานมาว่า อย่างไรก็ตามยังมีตรงนี้แห่งที่มีแนวทางในการดำเนินงานที่น่าสนใจ หรือมีรูปแบบที่สามารถอยู่ได้โดยไม่เดือนร้อน หรือสามารถทำประโยชน์ได้มาก ส่งผลดีหลายประกอบที่เอื้อต่อการพัฒนาในด้านอื่น ๆ (อะไรบ้างก็ว่าไป...)

บทที่ 2 หลักการ แนวคิด
         ความคิดโดยทั่วไปว่าด้วยเรื่องนั้น ๆ ซึ่งอาจจะตั้งชื่อบทตามหัวข้อที่ไปดูงาน เช่น การบริหารจัดการองค์กร...... นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางธุรกิจเพื่อการพัฒนา ..... การพัฒนาภายใต้หลัก.....
เนื้อหาตรงนี้ได้ให้นักศึกษาตั้งธงไว้ก่อนไปดูงานแล้ว ว่าสิ่งที่ถูกต้องหรือตามหลักทฤษฎีนั้นควรเป็นอย่างไร หรือมีกรณีที่อื่น ๆ ทำทำไว้มีอย่างไร หรือแม้กระทั่งในส่วนของบริบทของสังคมไทยที่เคยผ่านมาส่งผลกระทบในเรื่องนั้น ๆ มีปรากฏมาอย่างไรแล้วบ้าง ให้นำมาไว้ในบทที่ 2 นี้ แต่อย่าเอามาตัดแปะต่อ ๆ กัน ควรเขียนในเชิงสังเคราะห์เอกสาร (มีอ้างอิงด้วย) ให้เป็นสำนวนการเขียนของตนเอง และควรแยกประเด็นให้ชัดเจนว่ามันมีองค์ประกอบที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง ถ้าเป็นไปได้อาจทำเป็นแผนผังทางความคิดทั้งหมดที่นำมาสรุปไว้เป็นส่วนสุดท้ายของบทนี้

บทที่ 3 กรณี.... (ระบุชื่อบุคคลหรือสถานที่ องค์กรที่เราไปดูงาน เช่นอาจตั้งชื่อบทนี้ว่า)
             ซึ่งอาจจะตั้งชื่อบทตามหัวข้อที่ไปดูงาน เช่น การบริหารจัดการองค์กร...... นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางธุรกิจเพื่อการพัฒนา ..... การพัฒนาภายใต้หลัก.....
เนื้อหาในบทนี้ ควรเป็นรายละเอียดในการเก็บข้อมูลทั้งเชิงทุติยภูมิ และปฐมภูมิ ในกรณีนั้น ๆ มาใส่ โดยแบ่งหัวข้อและประเด็นให้น่าอ่าน / น่าสนใจ มีรูปภาพประกอบ หรือแผนภูมิประกอบเนื้อหาแทรกได้ (ต้องดูให้ดีว่าถ้าเป็นโชว์เฉย ๆ ของผู้ไปดูงานไม่ควรอยู่ในที่นี้)

บทที่ 4 บริบททางสังคมกับการดำเนินงานของ ...
             เนื้อหาในบทนี้เป็นการเอารายละเอียดของ บทที่ 3 มาตีแผ่ ว่าทำไมเขาถึงทำอย่างที่เราเห็น เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนั้น มีปัจจัยในด้านบริบททางสังคมเข้าไปเกี่ยวเข้องอย่างไรหรือไม่ และทำไมเขาถึงไม่ทำตามหลักการที่ว่าไว้ตามที่มีในบทที่ 2 เพราะอะไร มีบริบททางสังคมมาเกี่ยวข้องอย่างไร ถึงไม่ทำแบบั้น (ซึ่งได้ให้นักศึกษาตั้งขอสังเกตไว้ก่อนไปดูงาน และให้ตั้งคำถามระหว่างไปดูงานด้วยแล้ว)
ตรงนี้เป็นตัวชี้วัดถึงความสามารถของนักศึกษาว่าจะมีความคิดในการวิเคราะห์มากน้อยเพียงใด

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
             สรุป เนื้อหาต้องสอดคล้องกับสิ่งที่ตนเองวิเคราะห์ไว้ในบทที่ 4 และ  อภิปรายผล ควรเป็นการนำเอาบทที่ 2 และ บทที่ 3 เข้ามาอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยอ้างหลักแนวคิด ทฤษฎี ผลงานวิจัย ว่าเป็นอย่างไร สอดคล้องกับใคร ตรงกับใคร แล้วมีผู้ใดที่ทำวิจัย หรือศึกษาไว้แล้ว สิ่งสำคัญ ขอย้ำ ท่านจะต้องใส่ความรู้ และความคิดเห็นของผู้วิจัย หรือผู้ศึกษาว่าเป็นอย่างไร มันจะเป็นการวัดถึงความรู้ที่ท่านมีอยู่ว่าสามารถมองเห็นอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วช่วยอธิบายแบบเป็นเหตุเป็นผลต่อไป

ข้อเสนอแนะ มี 2 อย่าง คือ ส่วนแรก คือ ข้อเสนอแนะจากการศึกษาวิจัย เป็นแสดงให้เห็นว่า ผลงานที่ไปศึกษานั้นจะช่วยทำอะไรได้บ้าง แล้วจะบอกอะไรกับใครหรือทำอย่างไรได้บ้างตามประโยชน์ที่เราคิดว่าเป็นไปได้แบบรูปธรรม (คม ชัด เจาะลึก และแคบ) ส่วนที่ 2 คือ ข้อเสนอแนะในการทำการศึกษาต่อไปเพราะหากมีผู้ที่จะศึกษาดูงานต่อหรือวิจัยต่อจะต้องทำอย่างไร ข้อด้อยของงานวิจัยชิ้นนี้ (คือ จุดอ่อน หรือ ข้อจำกัด นะครับ) ไม่ใช่อย่างอื่น ว่าจะต้องทำอย่างไร แล้วควรทำอย่างไรต่อไป



บรรณานุกรม
ภาคผนวก ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางสากลนิยม

วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมวันแม่ประจำปีพ.ศ.2553

ลงนามถวายพระพรเนื่องในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี2553
วันที่ 12 สิงหาคม 2553
ณ โรงเรียนบ้านสะเอิง สพป.สุรินทร์ เขต 2
รำถวายพระพรเนื่องในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี2553
โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
วันที่ 12 สิงหาคม 2553
ณ โรงเรียนบ้านสะเอิง สพป.สุรินทร์ เขต 2


พระสงฆ์ร่วมพิธีทางศาสนาในกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปีพ.ศ. 2553


ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน  ครู นักเรียน ร่วมกันจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2553
โดยได้รับความร่วมมือจากทุกทาน ทุกหน่วยงานเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้การจัดงานประสบ
ผลสำเร็จตามโครงการทุกประการ

ประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่น  ประจำปีพ.ศ 2553